วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2551
น้ำซึมปูน
เคยได้ยินแต่น้ำซึมบ่อทรายละซิ
ฉันว่าไม่มีชื่อไหนเหมาะเท่าชื่อนี้อีกแล้วละนะ
เมื่อวานหลังจากอัพบล๊อกและทำการงานต่างๆ ฟ้าเริ่มสาง ฉันก็จะเข้านอน เดินไปเข้าห้องน้ำกำลังจะเปิดไฟ ฉันเหยียบพรมหน้าห้องน้ำที่ชื้นแฉะแบบที่ไม่ควรจะเป็น พร้อมกับคิดในใจ "ทำไมมันแฉะ" มองที่สวิตช์ไฟเห็นน้ำไหลลงมาเป็นสายบางๆ สองมุมล่าง เบือนหน้าไปทางซ้ายมองพื้นห้องน้ำ น้ำนองเต็มพื้น พรมในห้องน้ำแฉะไปเกือบครึ่งผืน น้ำยังไหลเข้าไปที่ห้องนอนด้วย
ไม่ตกใจไม่ได้แล้ว ไฟก็ไม่กล้าเปิด มีอย่างที่ไหน น้ำไหลมาจากสวิตช์ไฟ ดีเท่าไหร่แล้วไม่ได้เป็นปลั๊กไฟ รีบโทรแจ้ง รปภ. ข้างล่างให้ช่างขึ้นมาดูด่วน น้ำไหลออกมาจากปลั๊กไฟ!!
ช่างคนเดิม คนที่เคยซ่อมหลอดไฟห้องน้ำที่เคยระเบิดไปหนนึง คราวนั้นเป็นความผิดฉันเองที่ซื้อหลอดไฟราคาประหยัด (ไปหน่อย) แล้วก็อีกคราวที่ท่อน้ำตันแล้วน้ำท่วมระเบียงเพราะผู้รับเหมาเลินเล่อปล่อยให้คนงานทิ้งปูนและท่อนไม้ลงไปในท่อ ถึงกับต้องตัดท่อเอาท่อนไม้ออก จากนั้นก็มีปัญหาตันเป็นครั้งคราว ด้วยท่อน้ำทิ้งตรงห้องฉันไม่มีความลาดมากพอ ทำให้เศษผงอุดและตันได้ง่าย ไม่รู้ล่ะ ถ้าเป็นอีก คราวนี้ฉันจะสมัครเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอีกครั้ง ช่างคนเดิมที่ว่ายังรู้เลยว่าถ้าฉันเป็นผู้จัดการนิติบุคคลรับรองเจ้าของร่วมพอใจแน่ๆ เพราะฉันไม่ไว้หน้าใครหรอกนะ งานเป็นงาน เงินเป็นเงิน เสียค่าส่วนกลาง (แพง) แล้วจะให้ยอมรับบริการต่ำกว่ามาตรฐานทำไม่ได้จริงๆ
กลับเข้ามาเรื่องห้องน้ำฉันดีกว่า พอช่างเดินเข้ามาฉันถึงรู้ว่าน้ำนองเต็มทางเดินก่อนจะเข้าห้องฉันด้วยนะ คราวนี้ ช่างตกใจฮ่ะ บอกว่าเดี๋ยวลงไปเอาบันไดปีนไปช่องเซอร์วิสก่อน ฉันก็ได้แต่เช็ดพึ้นห้องนอนรอ เพราะก่อนออกไปเอาบันได ช่างบอกว่าพื้นบวมแน่ ฉันก็ถามกลับไปทันควันว่า "ใครจะรับผิดชอบเนี่ย" พอได้รับคำตอบว่าเป็นเจ้าของโครงการก็โล่งใจ
ปีนช่องเซอร์วิสแล้ว ก็ไม่พบจุดที่น้ำรั่ว คราวนี้เพิ่งสังเกตว่าน้ำไหลเป็นน้ำตกบางๆ สองผนังของห้องน้ำ ด้านที่เป็นที่ตั้งของโถส้วมกับด้านที่ต่อกันยาวจนถึงสวิตช์ไฟข้างประตูนั่นแหละ เข้าใจคำว่าน้ำตกไหลมาจากผนังมั้ยคะ ผนังห้องน้ำของฉันก็เหมือนห้องน้ำทั่วๆ ไป ที่ติดกระเบื้องแต่ออกจะแผ่นใหญ่สักหน่อย น้ำมันซึมมาตามรอยยาแนวกระเบื้องนั่นแหละ ถามช่างอีก (ใครๆ ก็รู้ว่าฉันเป็นยัยช่างถาม) ว่าน้ำมันซึมมาได้ยังไง ได้ความว่าเวลาโบกปูนมันก็มีช่องมีรู น้ำมันก็ซึมมาตามปูนจนไหลมาถึงสวิตช์ไฟนั่นแหละ ทีนี้ต้องหาว่าจุดที่รั่วหรือท่อแตกมันฝังอยู่ที่ผนังช่วงไหน ช่างดูท่าทางชำนาญการบอกฉันว่าเป็นกระเบื้องบริเวณเหนือศีรษะตรงข้างๆ ชักโครก ฉันนึกไม่ออกเลยว่า อะไรทำให้ท่อตรงนั้นมันแตกได้ ฉันไม่เคยทำมิดีมิร้ายกับผนังนะ
แล้วเราก็รู้ล่ะทีนี้ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ อย่างน้อยๆ ก็ต้องทุบผนังเปลี่ยนเอาท่อที่แตกออกแล้วก็เอากระเบื้องใหม่มาปิดแทน แต่ขอโทษนะคะ ช่างแอบบอกฉันว่า กระเบื้องลายนี้ไม่มีของแล้ว ฉันก็ฉุนขึ้นมาทันที แค่ห้องน้ำแปรสภาพเป็นน้ำตกโดยไม่ได้ตั้งใจ นี่ยังจะทำให้ห้องน้ำฉันเป็นห้องน้ำกระดำกระด่างด้วยกระเบื้องต่างสีต่างผิวสัมผัสอีกหรึอนั่น ที่แน่ๆ คือฉันไม่ได้นอนแล้วเพราะต้องเฝ้าตอนเขามาทำห้อง
แต่ไม่ไหวจริงๆ ช่วงนี้ฉันเมามันส์กับการทำงาน ไม่ค่อยได้หลับได้นอนได้กินได้ไปไหนกับเขา ร่างกายอ่อนแอ ต้องไปแอบหลับเอาผ้าคลุมโปงไว้กันอุจาด แต่ฉันต้องขอชมว่าเจ้าหน้าที่ของโครงการมาดูแลปัญหาได้ทันท่วงที แม้ช่างจะเข้ามาได้ตอนเที่ยงแต่ระหว่างนั้นฉันก็นอนสบายใจในห้องหลังจากที่บอกให้แม่บ้านของแม่มาเฝ้าแทนไปก่อน ก็ได้งีบอีกราวสี่ชั่วโมง ได้พลังมาประชุมช่วงบ่ายถึงค่ำ งานการรุดหน้าเรียบร้อย
สรุปแล้ว ในความโชคร้าย ฉันก็โชคดี เพราะจุดที่รั่วคือบริเวณใกล้ๆ กับที่ฉีดน้ำล้างก้น ทำให้ไม่ต้องทุบผนังมากแค่เสียกระเบื้องแผ่นสองแผ่นแล้วก็ไม่ได้อยู่ในระดับสายตา ก็เป็นอันใช้ได้ ถ้ามันน่าเกลียดนัก ฉันก็เอาต้นไม้มาวางปิดไว้แล้วก็ใช้ชีวิตตามปกติ มันคงไม่รกหูรกตาฉันแล้ว ถามไปถามมา จุดที่รั่วน่ะไม่ใช่ห้องน้ำฉันหรอกนะ เป็นการเจาะเพื่อติดตัวยึดที่ฉีดน้ำล้างก้นของห้องที่อยู่ติดกัน แต่ไหงน้ำมันมาที่ห้องฉันละเนี่ย
ฉันมานั่งคิดดูแล้ว มันต้องรั่วมาเป็นปีแล้วเพราะฉันอยู่มาเกือบหนึ่งปี หย่อนไปเดือนเดียว แล้วน้ำก็ไหลออกมาตลอดซึมไปในเนื้อปูนเนื้ออิฐที่ก่อไว้ ไหลไปตามช่องโพรงอากาศที่ถูกบดบังด้วยปูนฉาบเรียบและกระเบื้องห้องน้ำ คิดดูสิว่าไหลมาเกือบหนึ่งปี จนมันอั้นเต็มพื้นที่ว่างในซีเมนต์ทั้งหมดทั้งบริเวณ จนวันนึงก็สำแดงเดชไหลเป็นน้ำตกบางๆ ในห้องน้ำฉัน แต่ไหลนองเต็มพื้นระหว่างห้องฉันกับห้องถัดไป กินบริเวณหลายเมตรทีเดียว
น้ำซึมบ่อทราย กับน้ำซึมผนังปูนนี่มันจะคล้ายกันมั้ยเธอ ถ้าเปรียบเป็นคนเขาคนนั้นก็คงจะอดทนจนถึงที่สุดแล้วล่ะ รูมันนิดเดียวเลยนะเธอ ไม้จิ้มฟันยังแยงเข้าไปไม่ได้เลยมั้งนั่น แต่ดูสิว่าผลที่เกิดเมื่ออะไรเล็กๆ ที่ก่อความรำคาญอยู่เป็นนิจ วันนึงก็ทนไม่ไหว ก็ระเบิดออกมาอย่างที่เห็น
มันทำให้ฉันย้อนนึกว่า คนรอบข้างฉันถ้ารู้สึกว่าต้องอดทน อย่าทนเลยนะ บอกกันให้รู้ เราจะได้ไม่เป็นน้ำซึมปูน อาจจะไม่สลายเหมือนปราสาททราย แต่ต้องยกเครื่องกันทีเดียวเชียว
ฉันว่าไม่มีชื่อไหนเหมาะเท่าชื่อนี้อีกแล้วละนะ
เมื่อวานหลังจากอัพบล๊อกและทำการงานต่างๆ ฟ้าเริ่มสาง ฉันก็จะเข้านอน เดินไปเข้าห้องน้ำกำลังจะเปิดไฟ ฉันเหยียบพรมหน้าห้องน้ำที่ชื้นแฉะแบบที่ไม่ควรจะเป็น พร้อมกับคิดในใจ "ทำไมมันแฉะ" มองที่สวิตช์ไฟเห็นน้ำไหลลงมาเป็นสายบางๆ สองมุมล่าง เบือนหน้าไปทางซ้ายมองพื้นห้องน้ำ น้ำนองเต็มพื้น พรมในห้องน้ำแฉะไปเกือบครึ่งผืน น้ำยังไหลเข้าไปที่ห้องนอนด้วย
ไม่ตกใจไม่ได้แล้ว ไฟก็ไม่กล้าเปิด มีอย่างที่ไหน น้ำไหลมาจากสวิตช์ไฟ ดีเท่าไหร่แล้วไม่ได้เป็นปลั๊กไฟ รีบโทรแจ้ง รปภ. ข้างล่างให้ช่างขึ้นมาดูด่วน น้ำไหลออกมาจากปลั๊กไฟ!!
ช่างคนเดิม คนที่เคยซ่อมหลอดไฟห้องน้ำที่เคยระเบิดไปหนนึง คราวนั้นเป็นความผิดฉันเองที่ซื้อหลอดไฟราคาประหยัด (ไปหน่อย) แล้วก็อีกคราวที่ท่อน้ำตันแล้วน้ำท่วมระเบียงเพราะผู้รับเหมาเลินเล่อปล่อยให้คนงานทิ้งปูนและท่อนไม้ลงไปในท่อ ถึงกับต้องตัดท่อเอาท่อนไม้ออก จากนั้นก็มีปัญหาตันเป็นครั้งคราว ด้วยท่อน้ำทิ้งตรงห้องฉันไม่มีความลาดมากพอ ทำให้เศษผงอุดและตันได้ง่าย ไม่รู้ล่ะ ถ้าเป็นอีก คราวนี้ฉันจะสมัครเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอีกครั้ง ช่างคนเดิมที่ว่ายังรู้เลยว่าถ้าฉันเป็นผู้จัดการนิติบุคคลรับรองเจ้าของร่วมพอใจแน่ๆ เพราะฉันไม่ไว้หน้าใครหรอกนะ งานเป็นงาน เงินเป็นเงิน เสียค่าส่วนกลาง (แพง) แล้วจะให้ยอมรับบริการต่ำกว่ามาตรฐานทำไม่ได้จริงๆ
กลับเข้ามาเรื่องห้องน้ำฉันดีกว่า พอช่างเดินเข้ามาฉันถึงรู้ว่าน้ำนองเต็มทางเดินก่อนจะเข้าห้องฉันด้วยนะ คราวนี้ ช่างตกใจฮ่ะ บอกว่าเดี๋ยวลงไปเอาบันไดปีนไปช่องเซอร์วิสก่อน ฉันก็ได้แต่เช็ดพึ้นห้องนอนรอ เพราะก่อนออกไปเอาบันได ช่างบอกว่าพื้นบวมแน่ ฉันก็ถามกลับไปทันควันว่า "ใครจะรับผิดชอบเนี่ย" พอได้รับคำตอบว่าเป็นเจ้าของโครงการก็โล่งใจ
ปีนช่องเซอร์วิสแล้ว ก็ไม่พบจุดที่น้ำรั่ว คราวนี้เพิ่งสังเกตว่าน้ำไหลเป็นน้ำตกบางๆ สองผนังของห้องน้ำ ด้านที่เป็นที่ตั้งของโถส้วมกับด้านที่ต่อกันยาวจนถึงสวิตช์ไฟข้างประตูนั่นแหละ เข้าใจคำว่าน้ำตกไหลมาจากผนังมั้ยคะ ผนังห้องน้ำของฉันก็เหมือนห้องน้ำทั่วๆ ไป ที่ติดกระเบื้องแต่ออกจะแผ่นใหญ่สักหน่อย น้ำมันซึมมาตามรอยยาแนวกระเบื้องนั่นแหละ ถามช่างอีก (ใครๆ ก็รู้ว่าฉันเป็นยัยช่างถาม) ว่าน้ำมันซึมมาได้ยังไง ได้ความว่าเวลาโบกปูนมันก็มีช่องมีรู น้ำมันก็ซึมมาตามปูนจนไหลมาถึงสวิตช์ไฟนั่นแหละ ทีนี้ต้องหาว่าจุดที่รั่วหรือท่อแตกมันฝังอยู่ที่ผนังช่วงไหน ช่างดูท่าทางชำนาญการบอกฉันว่าเป็นกระเบื้องบริเวณเหนือศีรษะตรงข้างๆ ชักโครก ฉันนึกไม่ออกเลยว่า อะไรทำให้ท่อตรงนั้นมันแตกได้ ฉันไม่เคยทำมิดีมิร้ายกับผนังนะ
แล้วเราก็รู้ล่ะทีนี้ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ อย่างน้อยๆ ก็ต้องทุบผนังเปลี่ยนเอาท่อที่แตกออกแล้วก็เอากระเบื้องใหม่มาปิดแทน แต่ขอโทษนะคะ ช่างแอบบอกฉันว่า กระเบื้องลายนี้ไม่มีของแล้ว ฉันก็ฉุนขึ้นมาทันที แค่ห้องน้ำแปรสภาพเป็นน้ำตกโดยไม่ได้ตั้งใจ นี่ยังจะทำให้ห้องน้ำฉันเป็นห้องน้ำกระดำกระด่างด้วยกระเบื้องต่างสีต่างผิวสัมผัสอีกหรึอนั่น ที่แน่ๆ คือฉันไม่ได้นอนแล้วเพราะต้องเฝ้าตอนเขามาทำห้อง
แต่ไม่ไหวจริงๆ ช่วงนี้ฉันเมามันส์กับการทำงาน ไม่ค่อยได้หลับได้นอนได้กินได้ไปไหนกับเขา ร่างกายอ่อนแอ ต้องไปแอบหลับเอาผ้าคลุมโปงไว้กันอุจาด แต่ฉันต้องขอชมว่าเจ้าหน้าที่ของโครงการมาดูแลปัญหาได้ทันท่วงที แม้ช่างจะเข้ามาได้ตอนเที่ยงแต่ระหว่างนั้นฉันก็นอนสบายใจในห้องหลังจากที่บอกให้แม่บ้านของแม่มาเฝ้าแทนไปก่อน ก็ได้งีบอีกราวสี่ชั่วโมง ได้พลังมาประชุมช่วงบ่ายถึงค่ำ งานการรุดหน้าเรียบร้อย
สรุปแล้ว ในความโชคร้าย ฉันก็โชคดี เพราะจุดที่รั่วคือบริเวณใกล้ๆ กับที่ฉีดน้ำล้างก้น ทำให้ไม่ต้องทุบผนังมากแค่เสียกระเบื้องแผ่นสองแผ่นแล้วก็ไม่ได้อยู่ในระดับสายตา ก็เป็นอันใช้ได้ ถ้ามันน่าเกลียดนัก ฉันก็เอาต้นไม้มาวางปิดไว้แล้วก็ใช้ชีวิตตามปกติ มันคงไม่รกหูรกตาฉันแล้ว ถามไปถามมา จุดที่รั่วน่ะไม่ใช่ห้องน้ำฉันหรอกนะ เป็นการเจาะเพื่อติดตัวยึดที่ฉีดน้ำล้างก้นของห้องที่อยู่ติดกัน แต่ไหงน้ำมันมาที่ห้องฉันละเนี่ย
ฉันมานั่งคิดดูแล้ว มันต้องรั่วมาเป็นปีแล้วเพราะฉันอยู่มาเกือบหนึ่งปี หย่อนไปเดือนเดียว แล้วน้ำก็ไหลออกมาตลอดซึมไปในเนื้อปูนเนื้ออิฐที่ก่อไว้ ไหลไปตามช่องโพรงอากาศที่ถูกบดบังด้วยปูนฉาบเรียบและกระเบื้องห้องน้ำ คิดดูสิว่าไหลมาเกือบหนึ่งปี จนมันอั้นเต็มพื้นที่ว่างในซีเมนต์ทั้งหมดทั้งบริเวณ จนวันนึงก็สำแดงเดชไหลเป็นน้ำตกบางๆ ในห้องน้ำฉัน แต่ไหลนองเต็มพื้นระหว่างห้องฉันกับห้องถัดไป กินบริเวณหลายเมตรทีเดียว
น้ำซึมบ่อทราย กับน้ำซึมผนังปูนนี่มันจะคล้ายกันมั้ยเธอ ถ้าเปรียบเป็นคนเขาคนนั้นก็คงจะอดทนจนถึงที่สุดแล้วล่ะ รูมันนิดเดียวเลยนะเธอ ไม้จิ้มฟันยังแยงเข้าไปไม่ได้เลยมั้งนั่น แต่ดูสิว่าผลที่เกิดเมื่ออะไรเล็กๆ ที่ก่อความรำคาญอยู่เป็นนิจ วันนึงก็ทนไม่ไหว ก็ระเบิดออกมาอย่างที่เห็น
มันทำให้ฉันย้อนนึกว่า คนรอบข้างฉันถ้ารู้สึกว่าต้องอดทน อย่าทนเลยนะ บอกกันให้รู้ เราจะได้ไม่เป็นน้ำซึมปูน อาจจะไม่สลายเหมือนปราสาททราย แต่ต้องยกเครื่องกันทีเดียวเชียว
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น