
ทุกชื่อในบัตรคอนเสิร์ต(ขอเรียกให้ดูวัยสะรุ่นหน่อยนะ)ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต เว้นแต่ชื่อ จิตติมา เจือใจ พอแว่วๆ มาบ้าง แต่ถ้าถามว่าเธอคือใคร ทำอะไร ได้ยินที่ไหน บอกไม่ได้เลยเจ้าค่ะ
แล้ววันนี้ ฉันก็ได้เห็นโลกในอีกหนึ่งมุม มุมที่เพื่อนๆ หรือแม้แต่รุ่นพี่ประมาณ 10-20 ปี ก็อาจจะยังไม่ค่อยทันเท่าไหร่ ฉันเริ่มนึกว่านี่ฉันหลุดไปอยู่ในกลุ่มไหนเนี่ย ดูคนที่มาในงานจะรู้จักกันเป็นอย่างดี แล้วก็ใส่เสื้อฟ้ากันทั้งนั้น ฉันเองก็ลืมนึกไปว่าทำไมเค้าถึงใส่สีนี้กันหมด ไม่เป็นไร แต่โต๊ะของฉันทั้งโต๊ะก็ไม่ได้อยู่ในแวดวงนี้เหมือนกัน ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่รู้สึกเพิ่งเข้ามาในแวดวงใหม่หรอก ญาติผู้ใหญ่ของฉันแม้จะอายุเลยหกสิบเจ็ดสิบมาหลายปีแล้ว บางคนก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เพลงที่เล่นในงาน ฉันก็ร้องได้หลายเพลงอยู่
งานดูไทยมากๆ เป็นเพลงไทยสมัยสุนทราภรณ์ มีคนเล่นไวโอลินด้วยนะเธอ ฉันเพิ่งรู้อีกเหมือนกันว่ากลุ่มที่มา ส่วนใหญ่ก็เป็นแฟนรายการวิทยุที่เปิดเพลงรักอย่างที่เล่นในงานวันนี้เนี่ยแหละ ญาติคนที่ชวนพวกเรามาเป็นแฟนประจำของดีเจ โอ หน้าตาเป็นยังไงก็ดูในรูปข้างบนได้เลย วันนี้เป็นธีมวันแม่ แม่ของคุณโอก็มาด้วยเพราะก็คงเป็นแฟนประจำรายการของลูกชายเช่นกัน มีการเชิญให้ยาย แม่และลูกสาวขึ้นเวที ได้แสดงความรู้สึกและกราบเคารพผู้ให้กำเนิด นักร้องดังรุ่นเดอะร้องเพลงเทิดทูนแม่อย่างค่าน้ำนม ใครหนอ ขับกล่อมอย่างใกล้ชิด ทุกโต๊ะรอบห้องทิพย์พิมานของโรงแรมมิโด้ มีนักร้องรับเชิญหลากหลายทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก บางคนชนะการประกวดที่ศาลาเฉลิมกรุงตั้งแต่อายุ 14 ปี บัดนี้เธออายุ 22 ปีกำลังจะได้ทำเทปของตัวเอง อีกหนึ่งก็เป็นแชมป์สยามกลการ เสียงแว่วหวานกันทุกคน แล้วคนสำคัญก็ขึ้นเวที คุณสุวัจชัย สุทธิมา อายุ 70 กว่าแล้วแต่ยังหล่อเนี้ยบ หวีผมเรียบแปล้ ถ้าบรรดาแม่ๆ ไม่บอก ฉันคิดว่าอาจจะสี่สิบปลายๆ หรือต้นห้าสิบเท่านั้นแหละ คุณสุวัจชัยเป็นนักร้องรุ่นเดียวกับชรินทร์ นันทนาคร นอกจากนี้ก็มีภรรยาหม้ายของนักร้องดังอีกคน(ที่ฉันไม่เคยได้ยินอีกนั่นแหละ)คุณเลิศ ประสมทรัพย์ ภรรยาของท่านผู้นี้เป็นหม่อมหลวง นามสกุลเดิม มาลากุล เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ลองย้อนนึกไปซิว่า อาชีพร้องเพลงน่ะ ไม่ได้รับการยกย่องเชิดชู ใครไปแต่งงานกับนักร้องมีแต่คนค่อน ดูถูก แถมสกุลใหญ่โตอย่างมาลากุล แทบจะเปรียบได้กับดอกฟ้าและหมาวัดเลยกระมัง ที่กล่าวมานี้ ก็เพราะว่ามล.ปราลี ขอใช้เวทีนี้ขอบคุณคุณแม่ของเธอที่อนุญาตให้แต่งงานกับคุณเลิศผู้วายชนม์
งานไม่ใหญ่ไม่โต มีประมาณสิบโต๊ะ บรรยากาศเป็นกันเอง แม้แสงไฟสว่างจ้า แฟนๆ รุ่นใหญ่รุ่นเดอะแต่ไม่แพ้วัยรุ่นเวลาชื่นชมศิลปินคนโปรดหรอกนะ ยิ่งนักร้องสุดหล่อร้องเพลงเวียนไปแต่ละโต๊ะได้รับดอกกุหลาบ แฟนๆ ขอถ่ายรูปคู่ เสียงแฟลชแวบวับเพิ่มความสว่างให้กับห้องจนแสบตา นักดนตรีเอก มองมุมข้างเหมือนครูเอื้อ สุนทรสนาน เล่นดนตรีเงียบๆ อยู่นาน จนพิธีกรคุณโอ ขอให้ร้องเพลงในอัลบั้มของตนเอง นั่นล่ะ ถึงได้ยินเสียงของ ร.อ.สมคิด เกษมศรี บางคนว่าเสียงดีกว่านักร้องที่คุณสมคิดเล่นดนตรีให้ด้วยซ้ำไป มีท่านทูตที่รักในเพลงไทย"ร่วมสมัย" ร่วมร้องเพลงเสียงไม่แพ้นักร้องอาชีพเหมือนกัน ฉันชอบใจที่ท่านร้องเพลงสดุดีมหาราชาดังกึกก้องด้วยความจงรักภักดี พวกเราในห้องทิพย์พิมานก็จุดเทียนชัย ร่วมร้องเพลงพร้อมๆ กับคนไทยทั้งประเทศเช่นกัน
ไม่แค่นั้น ได้ดูมวยคนไทยที่แข่งโอลิมปิคด้วย ตอนที่คนไทยชนะ ด้วยความที่โต๊ะของเราอยู่ติดทีวี เลยปรมมือกันทั้งโต๊ะ คนโต๊ะอื่นมองกันเป็นตาเดียวว่าโต๊ะนี้ยินดีอะไร นอกจากจะไม่ซื้อดอกไม้ ไม่มอบดอกไม้ให้นักร้องเหมือนคนอื่นๆ แถมยังปล่อยให้นักร้องมาร้องเพลงที่โต๊ะโดยท่าทางสำรวม(เกินไป) จนฉันคิดว่าถ้าไม่ใช่คนที่เจนเวที อาจขาดความมั่นใจขนาดหนักได้ สรุปว่าเราเป็นโต๊ะที่หลงมา แต่ก็มีสองคนหลงไปรำวงกับเค้าด้วยก่อนกลับนะจ๊ะ แสดงว่า ก็พอหลิ่วตาได้เล็กน้อยถึงปานกลาง
555
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น